ทาสารส้มหลังแว็กซ์รักแร้แล้วแสบผิว ทำไมถึงเป็นแบบนั้น
เพิ่งแว็กซ์ขนรักแร้เสร็จ ผิวยังแดงๆ อยู่เลย รีบหยิบสารส้มมาทาทันทีเพราะกลัวกลิ่นตัว ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงกลับรู้สึกแสบยิบๆ ผิวใต้วงแขนแดงกว่าเดิม บางคนถึงขั้นคันจนต้องเกา ทั้งที่ตั้งใจจะทาเพื่อลดกลิ่นกาย ไม่ได้อยากให้ผิวแย่ลง เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกับคนที่กำจัดขนรักแร้เอง แล้วก็มักสงสัยว่าปัญหาอยู่ที่ตัวสารส้มเอง หรืออยู่ที่จังหวะและวิธีทากันแน่
สรุปสั้นๆ สาเหตุหลักที่ทาสารส้มแล้วแสบหลังกำจัดขน คือการทาเร็วเกินไปตอนรูขุมขนยังเปิดและผิวมีการระคายเคืองเล็กน้อยจากการดึงขน สารส้มมีฤทธิ์ฝาดสมานซึ่งเหมาะกับผิวที่สงบแล้วมากกว่าผิวที่ยังบอบบาง วิธีแก้คือรอให้ผิวพักตัวก่อน แล้วทาแบบเจือจางบางๆ แทนการทาก้อนแห้งถูตรงๆ
รูขุมขนที่เพิ่งเปิดคือจุดอ่อนที่คนมักมองข้าม
- การแว็กซ์หรือโกนขนรักแร้ทำให้ผิวชั้นบนบางลงชั่วคราวและรูขุมขนเปิดกว้างกว่าปกติ ผิวบริเวณนี้จึงไวต่อสิ่งที่มาสัมผัสมากกว่าผิวส่วนอื่นของร่างกาย สารส้มเป็นแร่ธาตุที่มีฤทธิ์ฝาดสมานและช่วยยับยั้งแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดีเมื่อผิวพร้อมรับ แต่ถ้าทาลงไปตอนรูขุมขนยังเปิดอยู่ ความฝาดของสารส้มจะกระตุ้นผิวที่บอบบางให้แสบและแดงได้ง่ายกว่าปกติมาก
- อีกจุดที่หลายคนมองไม่เห็นคือรอยขีดข่วนเล็กๆ จากการดึงขนหรือใช้มีดโกน แม้จะไม่มีเลือดออกให้เห็นชัด แต่ผิวก็อาจมีรอยแตกระดับจุลภาคที่ตาเปล่ามองไม่ทัน การทาสารส้มลงบนจุดเหล่านี้โดยตรงจะทำให้รู้สึกแสบทันที เพราะแร่ธาตุในสารส้มสัมผัสกับผิวชั้นในที่ยังไม่ได้รับการปกป้องเต็มที่
วิธีทาสารส้มให้ลดกลิ่นได้ผลโดยไม่ระคายเคือง
- ขั้นแรกที่สำคัญที่สุดคือการรอให้ผิวสงบก่อน หลังกำจัดขนเสร็จควรปล่อยผิวพักอย่างน้อยจนกว่าความแดงและความรู้สึกแสบร้อนจะจางลง ถ้ายังรู้สึกผิวไวอยู่ ให้ทาเจลว่านหางจระเข้หรือเจลที่มีทีทรีบางๆ ก่อนเพื่อช่วยให้ผิวเย็นลงและลดการอักเสบ รอจนผิวรู้สึกปกติค่อยเริ่มขั้นตอนสารส้ม
- เมื่อผิวพร้อมแล้ว ให้เลือกทาสารส้มแบบเปียกน้ำแทนการถูก้อนแห้งลงบนผิวโดยตรง วิธีที่ทำได้คือจุ่มก้อนสารส้มในน้ำสะอาดสักครู่ให้ผิวหน้าก้อนชื้นพอเหมาะ แล้วลูบเบาๆ บนผิวรักแร้ที่แห้งสนิทแล้ว ไม่ต้องกดแรงหรือถูซ้ำหลายรอบในจุดเดียว การทาบางๆ ทั่วผิวก็เพียงพอต่อการช่วยลดกลิ่น ไม่จำเป็นต้องทาหนาเพื่อหวังผลมากขึ้น เพราะความฝาดของสารส้มทำงานได้ดีอยู่แล้วแม้ในปริมาณน้อย
- ผิวที่โดนดึงขนบ่อยๆ มักไวต่อสารที่มีฤทธิ์ฝาดสมาน หากรู้สึกว่าตัวเองผิวแพ้ง่ายเป็นทุน การเลือกสารส้มระงับกลิ่นกายที่ผ่านการขึ้นรูปเรียบและไม่มีเหลี่ยมคม จะช่วยลดโอกาสเสียดสีผิวตอนทาได้มากกว่าก้อนสารส้มแบบดิบที่ยังมีผิวขรุขระ
- หลังทาสารส้มเสร็จ ควรปล่อยให้ผิวแห้งเองตามธรรมชาติก่อนใส่เสื้อผ้า ไม่ต้องรีบเช็ดออกหรือทาทับด้วยผลิตภัณฑ์อื่นทันที เพราะสารส้มต้องการเวลาสัมผัสผิวสักพักเพื่อให้ฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียทำงานได้เต็มที่ ถ้ารีบล้างออกเร็วเกินไปอาจได้ผลลดกลิ่นไม่เต็มที่เท่าที่ควร
สิ่งที่ควรระวังเป็นพิเศษ
- อย่าทาสารส้มลงบนผิวที่มีแผลเปิด รอยถลอก หรือบริเวณที่ยังมีเลือดซึมแม้เพียงเล็กน้อย เพราะจะทำให้แสบรุนแรงกว่าปกติมาก และอาจทำให้แผลหายช้าลงด้วย หากผิวรักแร้มีรอยแดงจากการแว็กซ์ที่ยังไม่จางลงเลย ควรเว้นวันไว้ก่อนแล้วค่อยเริ่มใช้สารส้ม
- คนที่ผิวแพ้ง่ายควรทดสอบสารส้มบนผิวส่วนเล็กๆ ก่อนใช้จริงทุกครั้งที่เปลี่ยนมาใช้ก้อนใหม่หรือยี่ห้อใหม่ หากทาแล้วรู้สึกแสบร้อนต่อเนื่องนานเกินกว่าที่ควรจะเป็น หรือมีผื่นขึ้น ให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันทีและหยุดใช้ชั่วคราว ผิวใต้วงแขนบางคนไวกว่าคนอื่นเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้แปลว่าวิธีทาผิดเสมอไป บางครั้งก็เป็นเรื่องของสภาพผิวเฉพาะบุคคลที่ต้องปรับความถี่ในการใช้ให้เหมาะสมกับตัวเอง
คำถามที่คนมักสงสัยเพิ่มเติม
- ทาสารส้มได้เร็วสุดกี่วันหลังแว็กซ์ขน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละคน โดยทั่วไปควรรอจนผิวไม่แดงและไม่รู้สึกแสบเมื่อสัมผัสเบาๆ ก่อนเริ่มทา บางคนผิวสงบเร็ว บางคนต้องรอนานกว่าหนึ่งวัน
- สารส้มกับแป้งฝุ่นระงับกลิ่นกาย ใช้ร่วมกันได้ไหม ควรเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งในแต่ละครั้ง เพราะการทาซ้อนกันอาจทำให้ผิวอับชื้นและระคายเคืองง่ายขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่ผิวยังไวจากการกำจัดขน
- ทาสารส้มแล้วยังมีกลิ่นอยู่ ต้องทำอย่างไร อาจเป็นเพราะทาบางเกินไปหรือผิวยังไม่แห้งสนิทก่อนทา ลองเช็ดผิวให้แห้งจริงๆ ก่อนใช้สารส้มแบบเปียกน้ำลูบให้ทั่วอีกครั้ง หากยังไม่ดีขึ้นอาจใช้แผ่นซับเหงื่อช่วยเสริมระหว่างวัน
ลองเปลี่ยนมาใช้สารส้มก้อนเรียบที่ทาง่ายและอ่อนโยนกับผิวใต้วงแขนหลังกำจัดขน








